+95-67- 406458 [email protected]
เลือกหน้า

กฎหมายการลงทุนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

 

หมวด ๘

การยื่นข้อเสนอ

มาตรา(๓๖) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาจะอนุมัติการลงทุนให้ต่อเมื่อ นักลงทุนดำเนินการตามข้อกฎหมายที่ระบุไว้ดังนี้

(๑) ธุรกิจการลงทุนที่จำเป็นต่อยุทธศาสตร์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(๒) เป็นโครงการการลงทุนขนาดใหญ่

(๓) โครงการการลงทุนที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม     และชุมชนท้องถิ่น

(๔) ธุรกิจการลงทุนที่ใช้ที่ดินและอาคารของรัฐ

(๕) ธุรกิจการลงทุนตามข้อกฎหมายนี้ต้องให้รัฐบาลยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการ

 

มาตรา(๔๑) ธุรกิจการลงทุนที่ต้องห้าม มีดังต่อไปนี้

(๑) ธุรกิจการลงทุนที่นำมาหรือก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(๒) ห้ามใช้หรือทำการเกษตรในธุรกิจการลงทุนที่นำเทคโนโลยี ยา พืช สัตว์ และเครื่องมือที่ยังต้องได้รับการทดสอบในต่างประเทศหรือที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ยกเว้นการลงทุนที่ทำขึ้นเพื่อการวิจัยและการพัฒนา

(๓) ธุรกิจการลงทุนซึ่งส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมและประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(๔) ธุรกิจการลงทุนซึ่งส่งผลกระทบต่อสาธารณชน

(๕) ธุรกิจการลงทุนซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและระบบนิเวศ

(๖) ธุรกิจการลงทุนที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการตามข้อห้ามหรือข้อบังคับใช้ตามกฎหมายข้างต้น

มาตรา(๔๒) ธุรกิจการลงทุนประเภทต่างๆมีข้อจำกัดการลงทุน ดังต่อไปนี้

(๑) ธุรกิจการลงทุนที่ได้รับอนุมัติแล้ว สามารถดำเนินการได้ เฉพาะในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเท่านั้น

(๒) ไม่อนุมัติธุรกิจการลงทุนที่ให้ดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ

(๓) ธุรกิจการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจะต้องเป็นธุรกิจที่ร่วมหุ้นกับนิติบุคคลใดๆที่เป็นพลเมืองเมียนมาเท่านั้น

(๔) ธุรกิจการลงทุนจะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อน

 

หมวด ๑๒

สิทธิในการใช้ที่ดิน

มาตรา(๕๐)

  • เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดการลงทุน นักลงทุนต้องได้รับการอนุมัติหรือรับรองสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยนักลงทุนได้จ่ายค่าเช่าที่ดินหรืออาคารระยะยาวให้หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานภาครัฐ หากที่ดินเป็นของรัฐบาลหรืออาคารที่เป็นของสหภาพเมียนมา

นักลงทุนที่เป็นพลเมืองเมียนมาสามารถลงทุนในที่ดินหรืออาคารของตนเองได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดิน, อาคาร และสิ่งปลูกสร้างจากรัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐ หรือจากเจ้าของที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างเอกชนตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ เป็นระยะเวลา ๕๐ ปีตามข้อตกลง
  • หลังจากหมดอายุการใช้สิทธิในการใช้ที่ดินหรืออาคาร หรือระยะเวลาในการเช่าที่ดิน หรืออาคารที่ได้รับการอนุมัติตามข้อ (๒) ให้ต่ออายุเป็นระยะเวลา ๑๐ปี โดยระยะเวลาการเช่าที่ดินหรืออาคารนี้ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ
  • นักลงทุนต้องลงทะเบียนสัญญาเช่าที่ดินที่สำนักงานสำนักทะเบียนตามพระราชบัญญัติการจดทะเบียน
  • รัฐบาลจะออกข้อกำหนดและเปิดโอกาสในการใช้ที่ดิน และการเช่าที่ดินสำหรับนักลงทุนสัญชาติเมียนมา
  • เอกสารสิทธิในการใช้ที่ดินจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล เมื่อได้รับอนุมัติให้มีการต่ออายุสิทธิการเช่าที่ดิน หรืออาคาร และสิทธิในการใช้ที่ดินหรืออาคาร ตามกฎหมายในพื้นที่ที่พัฒนาและห่างไกล เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาทั่วสหภาพเมียนมา

 

หมวด ๑๖

สิ่งที่นักลงทุนต้องรับผิดชอบ

มาตรา(๖๕) นักลงทุน-

  • ต้องปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • ต้องจัดตั้งและลงทะเบียนตามประเภทของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน หรือบริษัทนิติบุคคล หรือสาขาของหน่วยงานตามกฎหมายเพื่อลงทุน
  • ผู้ใดที่ได้รับการอนุมัติสิทธิ ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตามเอกสารที่ได้ดำเนินการภายใต้ระบอบกฎหมายที่มีการประกาศออกใช้แล้ว ในกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย การประกาศใช้กฎหมาย การบังคับใช้ตามข้อสัญญาที่กำหนดไว้
  • ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียน, การขอเอกสาร, การขอการอนุมัติจากองค์กรภาครัฐ หน่วยงานรัฐบาล หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกิจการธุรกิจใดๆ
  • บนพื้นที่ดินที่ได้รับการอนุมัติเฉพาะให้เช่าหรือให้ใช้ (ไม่รวมถึงการลงทุน) ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินและใต้ดินหากพบเห็นทรัพยากรธรรมชาติ หรือโบราณสถานโบราณวัตถุ และบริเวณที่มีแร่ธาตุธรรมชาติจะต้องแจ้งข่าวไปยังคณะกรรมาธิการทันที ถ้าคณะกรรมาธิการอนุมัติสามารถดำเนินการต่อบนที่ดินนี้ได้ ถ้าคณะกรรมาธิการไม่อนุญาต นักลงทุนต้องเลือกและเปลี่ยนสถานที่ใหม่
  • ห้ามเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศหรือความสูงของพื้นดินตามสิทธิที่จะเช่าหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมาธิการก่อน
  • ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบวิธีปฏิบัติและมาตรฐานที่ใช้ในการลงทุนในต่างประเทศเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย มลพิษ และความสูญเสียต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคม และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรม
  • ในการลงทุนต้องจัดทำรายการบัญชี และบัญชีการเงินประจำปีที่มีใบอนุมัติหรือรับรองตามมาตรฐานการบัญชีในระดับสากลและในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • ต้องปิดและระงับการลงทุนหลังจากจ่ายค่าชดเชยให้กับพนักงานตามกฎหมายที่บังคับสำหรับความผิดสัญญาจ้างการปิดการลงทุน การขายและการโอนเงินลงทุน การหยุดการลงทุนหรือการลดกำลังแรงงาน
  • จะต้องจ่ายค่าจ้างและเงินเดือนให้กับพนักงานตามกฎหมายกฎระเบียบวิธีการและอื่นๆ ในช่วงที่มีการระงับการลงทุนตามเหตุอันน่าเชื่อถือ
  • ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลูกจ้างหรือผู้สืบมรดกของลูกจ้างที่เป็นเหตุได้รับความเสียหายทางร่างกาย พิการ หรือทุพพลภาพ และเป็นเหตุให้เสียชีวิต
  • ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ผู้บังคับบัญชาและครอบครัวที่มีส่วมร่วมในการลงทุน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบคำสั่งและแนวทางที่เกี่ยวข้องตลอดจนวัฒนธรรมและประเพณีของเมียนมา
  • ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
  • ต้องมีสิทธิฟ้องและฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย
  • หากมีการละเมิด ฝ่าฝืนนอกเหนือจากที่ได้รับการอนุมัติสิทธิ หรือการยืนยันสิทธิตามความต้องการสำหรับการลงทุน ในกรณีที่มีการตัดต้นไม้ การขุดทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุน จนเกิดความเสียหายและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม หรือเกิดความเสียหายต่อชุมชน ต้องชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกรณี
  • ต้องอนุญาตให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบไม่ว่าการลงทุนหรือสถานที่ใดๆ
  • การลงทุนจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติตามกฎหมาย ต้องได้รับใบอนุมัติล่วงหน้า หรือการรับรองของคณะกรรมาธิการก่อน ว่าด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและขั้นตอนของการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะทำการประเมิน จะต้องนำเสนอสถานการณ์การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคมต่อคณะกรรมาธิการตามระยะเวลาของกิจกรรมการลงทุนที่ได้รับอนุญาตหรือรับรองจากคณะกรรมาธิการ

 

 

 

หมวด ๑๘

การยกเว้นภาษี และการลดหย่อนภาษี

มาตรา(๗๔) นักลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีหรือการลดหย่อนภาษีอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง หลังจากที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบและอนุญาตให้ลงทุนในภูมิภาคที่พัฒนาและกำลังพัฒนาตามสัดส่วนของภูมิภาคนั้นๆ

มาตรา(๗๕)

  • ในส่วนที่เกี่ยวกับการรับการยกเว้นภาษีเงินได้ กำหนดให้เขตที่ยังไม่พัฒนาคือเขต ๑ เขตพัฒนาที่มีการพัฒนาปานกลางคือเขต ๒ และเขตพัฒนาที่มีการพัฒนาแล้วคือ เขต ๓ คณะกรรมาธิการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลเพื่อออกประกาศและอาจยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในเขตการค้า ๑ เป็นระยะเวลา ๗ปีติดต่อกันรวมทั้งปีที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และธุรกิจการลงทุน ในเขต ๒ ระยะเวลา ๕ปีติดต่อกัน ซึ่งรวมถึงปีทีเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และธุรกิจการลงทุน และในเขต ๓ เป็นระยะเวลา ๓ปีติดต่อกันรวมทั้งปีที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์
  • คณะกรรมาธิการอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดขอบเขตพื้นที่เป็นครั้งคราว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของภูมิภาคนั้น และความเห็นชอบจากรัฐบาล
  • การยกเว้นภาษีเงินจะได้รับเฉพาะในส่วนที่คณะกรรมาธิการระบุไว้ในส่วนภูมิภาคของประเทศเพื่อส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น